Menu

เทคนิคขับรถหน้าร้อนให้ปลอดภัย

0 Comments

“กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย” แนะข้อควรปฏิบัติในการขับรถช่วงฤดูร้อนอย่างปลอดภัย โดยใช้ที่บังแดด และสวมแว่นกันแดดที่ได้มาตรฐาน ช่วยป้องกันมิให้สายตาอ่อนล้า ส่งผลให้เกิดการหลับในขณะขับรถ ไม่ขับรถติดต่อกันเป็นเวลานาน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า การขับรถในช่วงฤดูร้อนมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากฝุ่นละอองปกคลุมเส้นทาง รวมถึงแสงแดดแรงจัด ทำให้ผู้ขับขี่สายตาพร่ามัว และมีอาการง่วงนอนง่ายกว่าปกติ เพื่อความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทยโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอแนะผู้ขับขี่เรียนรู้ข้อปฎิบัติในการขับรถช่วงฤดูร้อน ดังนี้ ใช้ที่บังแดดปิดลงมาที่กระจกหน้ารถ เพื่อบังแสงแดดไม่ให้ส่องเข้าตา จะช่วยป้องกันมิให้สายตาอ่อนล้าและเกิดอาการง่วงนอนขณะขับรถ สวมแว่นตากันแดดที่ได้มาตรฐาน ซึ่งสามารถกรองแสงได้อย่างน้อยร้อยละ 60 – 90 จะช่วยลดความสว่างของแสงอาทิตย์ ทำให้มองเห็นเส้นทางชัดเจนขึ้น

นายฉัตรชัย กล่าวว่า หลีกเลี่ยงการขับรถติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรหยุดพักรถทุกระยะ 150 – 200 กิโลเมตร หรือทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อให้เครื่องยนต์และยางคลายความร้อน รวมถึงผู้ขับขี่ได้ปรับเปลี่ยนอิริยาบถ จะช่วยป้องกันการหลับในที่เป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ เพิ่มความระมัดระวังเมื่อขับรถผ่านเส้นทางที่มีฝุ่นละอองปกคลุม โดยประเมินสภาพเส้นทาง หากทัศนวิสัยไม่ดีไม่ควรฝืนขับรถไปต่อ เพราะอาจเกิดอันตรายได้ กรณีสามารถขับรถต่อไปได้ ให้เปิดไฟหน้ารถ ขับรถให้อยู่ในช่องทางจราจร ไม่เปลี่ยนช่องกะทันหัน ไม่ขับแซงในระยะกระชั้นชิด เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้

อธิบดีกรม ปภ. กล่าวว่า ข้อควรปฏิบัติในการจอดรถบริเวณที่แสงแดดแรงจัด ไม่จอดรถบนพื้นถนนที่มีน้ำเจิ่งนองเป็นเวลานาน แล้วนำรถไปวิ่งบนถนนที่ร้อนจัดในทันที เพราะอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน ทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้ยางบวมและระเบิดได้ ไม่จอดรถบนพื้นถนนที่ร้อนจัดเป็นเวลานาน โดยเฉพาะพื้นคอนกรีต และพื้นปูน ซึ่งมีคุณสมบัติในการสะสมความร้อนได้ดี ทำให้เนื้อยางแข็งกระด้างและเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ไม่จอดรถตากแดดเป็นเวลานาน เพราะทำให้ความร้อนสะสมในห้องโดยสาร ส่งผลให้อุปกรณ์ภายในรถเสื่อมสภาพและมีอายุการใช้งานสั้นลง กรณีจอดรถตากแดดเป็นเวลานาน ให้ลดกระจกหน้าต่างลงเล็กน้อย หรือเปิดช่องลมภายนอก จะช่วยระบายความร้อนออกจากห้องโดยสาร

นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า กรณีขับรถที่จอดตากแดดเป็นเวลานาน ให้ลดความร้อนในห้องโดยสาร ด้วยการเปิดประตูรถทิ้งไว้ประมาณ 1 – 2 นาที และเปิดกระจกรถทุกบานก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ หรือใช้วิธีลดกระจกด้านหน้าฝั่งที่นั่งผู้โดยสาร พร้อมเปิด – ปิดประตูรถด้านหน้าและด้านหลังติดต่อกัน 4 – 5 ครั้ง จะช่วยระบายความร้อนภายในห้องโดยสาร ไม่เปิดเครื่องปรับอากาศในทันที พยายามรักษาอุณหภูมิภายในรถและภายนอกรถให้ใกล้เคียงกัน แล้วค่อยๆ เร่งความเย็นขึ้นทีละระดับ ไม่ปรับอุณหภูมิให้เย็นถึงขีดสุด ไม่ปรับช่องลมเป่าใส่กระจกรถโดยตรง เพื่อป้องกันอุปกรณ์ภายในรถได้รับความเสียหาย จากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน ทั้งนี้หากผู้ขับขี่เรียนรู้หลักการขับรถอย่างปลอดภัย พร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด จะช่วยให้การขับรถในช่วงฤดูร้อนเป็นไปด้วยความปลอดภัย